ปฎิวัติสิงห์บลู

ปฎิวัติเชลซี
ปฎิวัติเชลซี

ปฎิวัติเชลซี

ปฎิวัติสิงห์บลูปฎิวัติเชลซี ย้อนกลับไปในเกมแรกของฤดูกาลนี้ เชลซี เปิดตัวด้วยการพุ่งชนความบรรลัยเข้าอย่างจังพวกเขาออกไปโดนพลพรรคปีศาจแดงกะซวกไส้แตกและม้ามฉีกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสกอร์ที่มโหฬารถึง 4-0

…ว่าแล้วชื่อของกุนซือมือใหม่อย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก็ถูกยัดเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้จัดการทีมที่มีสิทธิ์โดนไล่ออกเป็นคนแรกของฤดูกาลโดยฉับพลัน

หลายคนคงอดเป็นห่วงเป็นใยในสถานภาพของ “พี่แฟร้งค์” ไม่ได้ เพราะเบื้องบนของ เชลซี ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความโรคจิต สามารถเชือดผู้จัดการทีมตัวเองแบบไร้ความปรานี แต่ขอนรกเบื้องล่างทรงเป็นพยาน

ตอนนี้ หลังจากพรีเมียร์ลีกผ่านไป 11 นัด เชลซี แสยะยิ้มเย้ยหยันอยู่บนอันดับ 4 ของตาราง โดยมีคะแนนมากกว่าทีมที่ยัดเยียดความยับเยินให้พวกเขาในนัดเปิดฤดูกาลถึง 10 แต้ม – มากกว่า สเปอร์ส 10 แต้ม และมากกว่า อาร์เซน่อล 6 แต้มเหนือสิ่งอื่นใด

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ใช้เวลาแค่ประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ลบล้างภาพลักษณ์เก่าๆ ของตัวเองไปจนหมดสิ้นภาพลักษณ์อันเป็นภาพรวมและภาพจำของ เชลซี ในสายตาของคอลัมนิสต์ลูกหนังที่หมกมุ่นอยู่กับฟุตบอลอังกฤษมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีอย่างผมมีอยู่ 2 อย่างครับพนันบอล 

อันดับแรกคือวิธีการเล่นที่เน้นผลการแข่งขันมากเกินไปนั่นแหละ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งคำว่า “พาร์ค เดอะ บัส” ที่พี่แกเป็นผู้รจนาขึ้น เพื่อสัพยอกคู่แข่ง แต่สุดท้ายมันย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเองอย่างเจ็บแสบ เพราะว่า เชลซี ทั้ง 2 ช่วงที่ภายใต้การคุมทีมของกุนซือจอมอหังการผู้นี้ถูกชาวบ้านตราหน้าว่าเป็น…ทีมรถบัสเท่านั้นไม่พอ

ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ของ เชลซี ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมาก็มักจะจัดอยู่ในประเภทเดียวกันซะด้วยไม่ว่าจะเป็น อัฟราม แกรนท์, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, ราฟาเอล เบนิเตซ, อันโตนิโอ คอนเต้ และโดยไม่เว้นแม้แต่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่เน้นการครองบอลมากไปจนน่าเบื่อเชลซี ในสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงเป็นทีมที่ดูไม่สนุกสักเท่าไหร่

สำหรับภาพลักษณ์อีกอย่างของ เชลซี คือพวกเขาเป็นทีมที่ใช้เงินซื้อความสำเร็จอันที่จริงก่อนที่ เคน เบตส์ จะขายกิจการให้โคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เชลซี ก็พยายามใช้เงินซื้อความสำเร็จ ด้วยการเอาฟ่อนธนบัตไปห่อหุ้มผู้เล่นระดับมหาดารามารวมตัวกันในยุค 90’s เพียงแต่ตอนโน้น พรีเมียร์ลีกยังไม่ใช่ศูนย์รวมดาวดังมากที่สุดในจักรวาล – กัลโช่ เซเรีย อา ต่างหากคือศูนย์รวมดาวดัง ดาวเตะที่ทีมสิงห์บลูส์กระชากเข้ามาในยุคนั้นจึงมักเป็นผู้เล่นที่ปลดระวางมาจากลีกสูงสุดของ อิตาลี

ตัวอย่างเช่น จานฟรังโก้ โซล่า, จานลูก้า วิอัลลี่ หรือ รุด กุลลิท กระทั่ง โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล เชลซี นั่นแหละสิ่งที่เสี่ยหมีแกทำคือเอาความมั่งคั่งและร่ำรวยของตัวเองมาซื้อความสำเร็จแบบเต็มพิกัด

สแตมฟอร์ด บริดจ์ จึงอุดมด้วยผู้เล่นระดับดาวดัง โดยไม่ต้องพูดถึงเด็กท้องถิ่นจนถูกค่อนขอดอยู่เป็นประจำตอนที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกันในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมความงาม ปืนโต & บิวตี้ ควักปลัดขิกใส่ถ่าน เอ๊ย! ควักมีดโกนออกมาแล้วบรรจงกรีดใส่ เชลซี ว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จแบบไม่มีสไตล์

ความหมายของกุนซือมาดละเมียดคือพวกเขาเป็นทีมที่ใช้วิธีการเล่นแบบไม่สร้างสรรค์ เน้นความรัดกุมและระมัดระวังเกินไปจนทำลายความสวยงามของเกมลูกหนัง

กองเชียร์ของ ลิเวอร์พูล ก็เช่นกันที่สัพยอกสโมสรของเสี่ยหมีด้วยป้ายผ้าขนาดใหญ่บนอัฒจันทร์พร้อมข้อความว่า “เงินอาจซื้อความสำเร็จได้ แต่ซื้อประวัติศาสตร์ไม่ได้”
ทั้ง 2 ถากถางนี้สามารถอธิบายถึงภาพลักษณ์โดยรวมของ เชลซี ได้คมชัดเลยทีเดียว

ตัดภาพกลับมาในปัจจุบันประเดี๋ยวนี้ สิงห์บลูส์ สถาปนาตัวเองเป็นทีมที่เล่นบอลแล้วดูสนุกอย่างวิเศษพลางสร้างความเร้าใจให้ผู้ชมทางบ้านด้วยเกมรุกที่ดุดัน แถมยังยิงกันสนั่นจอ ดูบอลสด

ตัวอย่างในเกมล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันอย่างหนักแน่น เมื่อเสมอกับ อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม ด้วยสกอร์ 4-4 หลังจากโดนนำห่างไปถึง 4-1

ขอโทษ…สกอร์แบบนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นในยุคของกุนซือสายเน้นผลอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่, ราฟาเอล เบนิเตซ และอันโตนิโอ คอนเต้ นะครับ

นอกจากนี้ เชลซี ยังกลายเป็นทีมที่อุดมด้วยเด็กสร้างของตัวเองอีกต่างหาก ไม่ใช่ทีมที่…ซื้อ…ซื้อ…ซื้อผู้เล่นราคาแพงๆ มารวมกัน เพื่อไล่ล่าความสำเร็จเหมือนแต่ก่อน

บางทีอาจต้องขอบคุณสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นการบังคับให้พวกเขาต้องทำอะไรแบบนั้นเจ้าของสมญา “สิงห์น้ำเงิน” แยกทางกับกุนซือคนเก่าในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่ถูกลงโทษห้ามซื้อตัวผู้เล่นถึง 2 ตลาดมิหนำยังมีอันต้องสูญเสียซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของตัวเองอย่าง เอแด็น อาซาร์ อีกต่างหาก

แทนที่จะเอาคนที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์สูงมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ตามสูตร พวกเขากลับกล้าที่จะดังผู้เล่นที่เป็นตำนานของตัวเองอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด นี่แหละมาเป็นกุนซือ

สมัยยังวิ่งไล่หวดลูกหนังบนฟลอร์หญ้า บุตรของนาย แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ หลานชายของ แฮร์รี่ เรดแน็ปป์ ผู้นี้เคยเป็นลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่, โชเซ่ มูรินโญ่, กุส ฮิดดิ้ง, หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลลารี่, คาร์โล อันเชล็อตติ, อันเดร วิลลาช-โบอาช, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และราฟาเอล เบนิเตซ

เรียกว่าเก็บเกี่ยววิชาความรู้จากโค้ชเก่งๆ หลายคนเลยทีเดียวทว่าปรัชญาในการทำทีมของกุนซือวัย 41 ปีผู้นี้กลับแตกต่างจากบรรดาเจ้านายเก่าทั้งหลายของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

ด้วยความที่เคยเป็นผู้เล่นเชิงรุก เจ้าของสถิติกระหน่ำตาข่ายให้ เชลซี มากที่สุดในประวัติศาสตร์ รูปแบบการเล่นของ เชลซี และนาทีนี้จึงสะท้อนถึงตัวตนของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ออกมา ซึ่งความจริงมันก็สะท้อนออกมาตั้งแต่ตอนคุม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในระดับแชมเปี้ยนชิพแล้วนะครับ

ลูกทีมของพี่แฟร้งค์จึงถูกกำหนดให้เล่นเกมบุกเป็นหลัก แถมไม่ใช่เล่นเกมบุกธรรมดาๆ แต่เป็นการบุกแบบบ้าระห่ำด้วยนอกจากนี้วิกฤตการห้ามซื้อตัวผู้เล่นที่เกิดขึ้นยังทำให้เขาถือโอกาสใช้ผู้เล่นระดับดาวรุ่งไปในตัวอย่าลืมนะครับว่า เชลซี นี่แหละคือเจ้าพ่อบอลเด็กตัวจริงใน พ.ศ.นี้ ด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ได้ถึง 7 สมัยในรอบ 8 ปี

ในเมื่อประสบความสำเร็จจนกลายเป็นมหาอำนาจในระดับเยาวชนซะขนาดนี้ หากไม่ยอมเอาผลผลิตของตัวเองมาใช้ให้เป็นประโยชน์ มันก็คงจะกระไรอยู่เด็กจากอะคาเดมี่ที่ถูกดึงกลับมาอย่าง แทมมี่ อับราฮัม, เมสัน เมาต์ และฟิกาโย่ โทโมรี่ กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักที่โชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างไฉไลเป็นบ้าซะด้วย

ทีนี้ลองนึกดูนะครับว่าถ้าไม่ถูกลงโทษห้ามซื้อตัวผู้เล่น – ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาคงต้องวอดวายในตลาดลูกหนังตามสูตรสำเร็จของตัวเองอีกเช่นเคย

ดาวรุ่งพุ่งกระฉูดแตกอย่าง แทมมี่ อับราฮัม อาจจะถูกขายขาดให้ แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เมสัน เมาต์ คงสับตีนอยู่ฟุตบอลลีกในระดับแชมเปี้ยนชิพเหมือนเดิม ส่วน คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย อาจถูกปล่อยออกจากทีมไป…ก็..เป็น..ได้ด้วยผู้เล่นพลังหนุ่มไฟพะเนียงพวยพุ่งเหล่านี้แหละที่เหมาะกับการเล่นเกมรุกยิ่งนัก

ผลงานของ เชลซี จึงถือว่าดีเกินคาด แม้อาจจะมีชนะบ้าง แพ้บ้าง (เพราะกองหลังไม่ค่อยดี) สลับกันไป แต่ก็สร้างความบันเทิงให้ท่านผู้ชม อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ไม่ใช่ทีมที่ประสบความสำเร็จแบบไม่มีสไตล์เหมือนที่เคยถูก อาร์แซน เวนเกอร์ ค่อนขอด และแน่นอนว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินซื้อความสำเร็จด้วย

ฉะนั้น & ฉะนี้ไม่ว่าตอนจบของฤดูกาล 2019-20 จะออกมาเป็นอย่างไรสำหรับผมถือว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ปฏิวัติ เชลซี จนประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย

ติดตามโปรโมชั่นดีๆได้ที่Ufabet13

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*