รักษาสกอร์ไม่ได้! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ทำได้แค่เสมอ แอสตัน วิลล่า

รักษาสกอร์ไม่ได้ เจาะ 5ประเด็น แมนยู ทำได้แค่เสมอ แอสตันวิลล่า เป็นอีกเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถรักษาสกอร์ขึ้นนำได้หลังโดน แอสตัน วิลล่า ไล่ตีเสมอ 2-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 

รักษาสกอร์ไม่ได้ เจาะ 5ประเด็น แมนยู ทำได้แค่เสมอ แอสตันวิลล่า เป็นอีกเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถรักษาสกอร์ขึ้นนำได้หลังโดน แอสตัน วิลล่า ไล่ตีเสมอ 2-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

รักษาสกอร์ไม่ได้ เจาะ 5ประเด็น แมนยู ทำได้แค่เสมอ แอสตันวิลล่า เป็นอีกเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถรักษาสกอร์ขึ้นนำได้หลังโดน แอสตัน วิลล่า ไล่ตีเสมอ 2-2

 

ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนในเวลานี้ยังคงอยู่อันดับ 9 มี 18 คะแนน ห่างจากท็อปโฟร์ ถึง 8 แต้ม

 

แม้ว่า “ปีศาจแดง” จะโดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพของทีม และได้เล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พวกเขาสามารถไล่กดดันทีมเยือนและยิงคืนสองประตูจากจังหวะโหม่งของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งแฉลบ ทอม ฮีตัน นายทวารเข้าประตู กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ

 

อย่างไรก็ตามจากการขาดสมาธิในเกมรับทำให้ทีมโดน ไทโรน มิงส์ ซัดตีเสมอ ซึ่งตอนแรกดูเหมือนล้ำหน้าแต่เมื่อเช็ควีเออาร์แล้ว มีนักเตะเจ้าบ้านยืนค้ำพอดีทำให้กรรมการตัดสินให้เป็นประตู

 

ซึ่งแน่นอนว่านี่คือความเสียหายอย่างมาก เพราะหากเกมนี้พวกเขาได้ 3 คะแนนจะขยับแซง สเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ทันที แต่เมื่อทำไม่ได้ก็ต้องก้มหน้ารับผิดชอบร่วมกัน

 

1. ไทรอน มิงส์ มีทั้งร้ายและดี

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า แอสตัน วิลล่า ครองเกมได้เหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในครึ่งแรก ที่สำคัญพวกเขาดูเหมือนจะมีจังหวะอันตรายมากกว่าเจ้าบ้านด้วยซ้ำ

 

และน่าจะนำ 2-0 หากเท้าของ แจ็ค กรีลิช ดันไม่ทะลึ่งยืนล้ำหน้า ไม่งั้นคงมีชื่อ เทรเซเก้ต์ อยู่บนสกอร์บอร์ดไปแล้ว

 

หากมองจากความเป็นจริง “สิงห์ผงาด” ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่จากการเล่นที่ผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น อย่างในจังหวะที่โดนตีเสมอ ไทโรน มิงส์

 

แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจไม่เด็ดขาดจำทำผิดพลาด 2 ครั้ง และหนึ่งในนั้นก็นำไปสู่ลูกเตะมุม โดย ฆวน มาต้า เคาะบอลให้ อันเดรียส เปเรยร่า ครอสบอลโค้งหนีแนวรับไปเสาไกลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด โหม่งแฉลบเสาบอลชน ทอม ฮีตัน เข้าประตู

 

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ดีมากๆ กับการเล่นลูกเซตพีซ โดยเฉพาะจังหวะเตะมุม โดยการเล่นบอลสั้นก่อนให้ เฟร็ด เปิดบอลไปแฉลบ เวสลี่ย์ ทำให้บอลเปลี่ยนทางไปถึง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่กระโดดขึ้นโขกเข้าประตูไปอย่างสุดยอด

 

ฉะนั้นต้องยอมรับว่าหาก มิงส์ มีสมาธิในการเล่น และตัดสินใจเด็ดขาดทีมก็จะไม่ต้องมาเสียประตูตีเสมอก่อนหมดเวลาแค่ 3 นาที แต่เดชะบุญที่นักเตะแก้ตัวได้จากการตะบันประตูตีเสมอในครั้งหลัง งานนี้สาวก “สิงห์ผงาด” ก็พอใจให้อภัยกันได้ แทงบอล ไฮโลออนไลน์

 

2. กรีลิช โชว์ฟอร์มสุดบรรเจิด

สำหรับตอนนี้ กรีลิช ได้แสดงศักยภาพชั้นยอดที่น่าจะทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ต้องพิจารณาชื่อของเขาในการติดธง “สิงโตคำราม” ทำศึกยูโร 2020 ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นก็มีคำถามว่าแล้วเขาจะเหมาะกับการเล่นตรงให้ในทีมชาติ

 

เกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกเลยว่า กรีลิช โชว์ของเต็มที่ ตั้งแต่จังหวะที่ยิงประตูให้ “สิงห์ผงาด” ขึ้นนำโดยตะบันด้วยเท้าขวาบอลโค้งเข้าสามเหลี่ยมเสาสองชนิดที่ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ได้แต่ยืมมองบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

 

แน่นอนว่า แอสตัน วิลล่า ไม่สามารถขาดนักเตะรายนี้ได้เลย เพราะเขาสามารถเล่นได้หลายหลายตำแหน่งในแผงกองกลาง อย่างไรก็ตามกับทีมชาติอังกฤษ ในตำแหน่งมิดฟิลด์มีตัวเลือกเยอะมาก ฉะนั้นหากเขาได้ติดธง ปัญหาก็คือ กรีลิช จะไปเล่นตรงไหน

 

หากไปเล่นตำแหน่งปีกก็ต้องแข่งกับ เจดอน ซานโช่ และ คัมลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่กำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หากจะไปเล่นเปิดมิดฟิดล์ตัวสร้างสรรค์เกม

 

ตำแหน่งนี้ยิ่งยากจะสอดแทรกเนื่องจาก เดเล่ อัลลี่ เป็นขาประจำแถมตอนนี้ฟอร์มกำลังกลับมาฮอตนับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมสเปอร์ส

 

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ อังกฤษ ยังมี อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกินกับ ลิเวอร์พูล และเป็นนักเตะที่ เซาธ์เกต ชื่นชอบอย่างมาก ฉะนั้นดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลยที่ กรีลิช จะมีตำแหน่งตัวจริงกับ “ทรี ไลอ้อนส์” แต่หากเป็นสำรองก็ยังพอมีลุ้น

 

3. มาต้า ไร้ประสิทธิภาพ

ฟอร์มของ ฆวน มาต้า ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวกับ กรีลิช โดยเชื่อว่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” หลายคนอาจจะงงกับการวางตัวของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เลือกส่ง ดาวเตะจอมเก๋าชาวสแปนิช

 

ลงสนามในฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 หรือเพลย์เมกเกอร์ ด้วยระบบ 4-2-3-1 แต่ผลงานไม่เปรี้ยงอย่างที่ต้องการ

 

ก่อนหน้าเกมกับ วิลล่า นั้น มาต้า ไม่ค่อยได้ลงเล่นตัวจริงในช่วง 12 เกมที่ผ่านมาให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ แถมยังไม่มีทั้งชื่อในฐานะคนทำประตู และแอสซิสต์เลย ที่สำคัญสภาพร่างกายของ ดาวเตะชาวสแปนิช ที่ปัจจุบันอายุ 33 ปีเข้าไปแล้ว

 

ไม่ได้แข็งแกร่งเลย จำได้ไหม มูรินโญ่ มักใช้ ออสการ์ มากกว่า มาต้า สมัยที่เขาหวนกลับมาคุม เชลซี เมื่อปี 2013 เนื่องจาก ดาวเตะชาวบราซิเลียน สามารถไล่กดดัน และวิ่งได้ทั่วสนาม สำหรับแมตช์นี้ มาต้า แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาค่อนข้างเชื่องช้า และไม่มีทีเด็ดอะไรเลย

 

โอเค แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด บางคนอาจจะเถียงว่า มาต้า มีส่วนกับประตูตีเสมอของทีม เมื่อเคาะบอล อันเดรียส เปเรยร่า ที่จัดการเปิดบอลให้ แรชฟอร์ด โหม่งเข้าประตู แต่หลังจากนั้น มิดฟิลดชาวสแปนิช ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างละ ? แทบไม่มีเลย !!


4. แรชฟอร์ด ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด

มาร์คัส แรชฟอร์ด ร้องแรกแหกกระเชอฉลองประตูตีเสมอในช่วงก่อนหมดเวลาไม่กี่นาทีในครึ่งแรก แน่นอนว่านี่ประตูจุดเปลี่ยนของ แมนฯ ยูไนเต็ด

 

เพราะหากไม่มีประตูนี้ในครึ่งหลังพวกเขาคงต้องเล่นยากกว่าเดิม และอาจจะโดน วิลล่า เล่นสวนกลับจนเสียประตูเพิ่มก็ได้

 

สำหรับจังหวะนี้ถือเป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมระหว่าง มาต้า, เปเรยร่า และตบท้ายด้วยกบาลของ แรชฟอร์ด ที่โหม่งเต็มๆ แต่บอลไปชนเสาก่อนแฉลบ ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าประตูไป ซึ่งงานนี้หลายคนเกิดคำถามว่าใครจะได้เครดิตในจังหวะนี้

 

สุดท้าย คณะกรรมการรับรองการทำประตู ยืนยันว่าประตูดังกล่าวเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ ฮีตัน นั่นหมายความว่า แรชฟอร์ด ชวดเครดิตในฐานะผู้ทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย

 

โดยเหตุผลเพราะเมื่อเช็คภาพรีเพลย์ปรากฎว่าตอนที่บอลชนเสา และอาจจะหมุนปลิ้นออกไปอีกมุมหากไม่โดนหลังของ ฮีตัน

 

แน่นอนว่า แรชฟอร์ด คงรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่ได้รับเครดิตในฐานะผู้ทำประตู เช่นเดียวกับ ฮีตัน ที่คงไม่ดีใจกับการที่ตัวเองมีชื่อเป็นผู้ทำประตูนี้ !! แทงบอล สมัครขั้นต่ํา100

5. สองเกมต่อไปอาจตัดสินอนาคตโซลชา

จริงๆ แล้วต้องบอกเลยว่าสองเกมหลังสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำพลาดมหันต์ที่ปล่อยชัยชนะหลุดมือไป เพราะการพบกับ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า พวกเขาควรได้ 6 แต้มเต็ม เพราะคุณภาพของทีมเหนือกว่าหลายเท่า

 

ที่สำคัญทั้งสองเกม แมนฯ ยูไนเต็ด มีประตูนำคู่แข่งเหมือนกัน แต่สุดท้ายพวกเขาไม่สามารถรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ได้ และนั่นนำไปสู่การได้เพียงแค่ 1 คะแนนทั้งสองเกม ซึ่งถือเป็นเรื่องเสียหายมากๆ เพราะพวกเขาทำ 4 คะแนนหลุดมือไปอย่างน่าเจ็บปวด

 

เหตุผลที่ต้องบอกแบบนี้เนื่องจาก 2 แมตช์ต่อไปทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เจองานสุดหินเมื่อต้องเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ สเปอร์ส ซึ่งมี โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน กลางสัปดาห์นี้ ตามด้วยการทำศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกสามวันถัดมา

 

งานนี้บอกเลยว่าอาจจะเป็นสองแมตช์ชี้ชะตาชีวิตการทำงานของ “น้าลูกอม” ก็เป็นได้ เพราะหากทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ย่ำแย่เกินจะห้ามใจ ก็อาจจะทำให้บอร์ดบริหารต้องกลืนน้ำลาย และรีบหาจุดเปลี่ยนเป็นการด่วนก่อนที่จะสายเกินแก้ไข

 

ช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@ufabet13

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *